การตรวจหาสารก่อภูมิแพ้

Last updated: Aug 1, 2020  |  24 จำนวนผู้เข้าชม  |  การตรวจหาสารก่อภูมิแพ้

การตรวจหาสารก่อภูมิแพ้

เพราะการรักษาโรคภูมิแพ้ที่ดีที่สุด คือการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ การตรวจหาภูมิแพ้จะช่วยให้ผู้ป่วยทราบว่าตัวเองแพ้อะไร

สารก่อภูมิแพ้ (Allergen)

สารก่อภูมิแพ้ คือ สารที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ขึ้นได้ ชนิดที่พบบ่อยได้แก่ ไรฝุ่น แมลงสาบ เกสรดอกไม้ เชื้อรา ขนสัตว์ อาหารบางชนิด เช่น อาหารทะเล นม ไข่ ถั่ว และยาต่างๆ 

การตรวจหาสารก่อภูมิแพ้

 ปัจจุบันวิธีที่นิยมมี 2วิธี

1.การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังโดยวิธีสะกิด (Skin Pick Test) 

วิธีการ

1.หยดน้ำยาสกัดสารก่อภูมิแพ้บนผิวหนังบริเวณท้องแขน หรือบริเวณหลัง

2.ใช้เข็มสะกิดบริเวณผิวหนังตื้นๆบริเวณที่หยดน้ำยา

3.ทิ้งไว้ 15-20 นาที เช็ดน้ำยาออก แล้ววัดผล 

ชนิดสารก่อภูมิแพ้ที่ตรวจมักเป็นตัวที่พบว่าแพ้บ่อย เช่น ไรฝุ่น แมลงสาบ ขนแมว ขนสุนัข เชื้อรา เกสรหญ้า และวัชพืชต่างๆ

ข้อดี    -สามารถทราบผลได้ทันทีหลังตรวจ

ข้อเสีย -อาจมีอาการแพ้เกิดขึ้นได้ เช่น ผื่นคัน

           -ต้องหยุดยาแก้แพ้ก่อนทดสอบเป็นเวลา 3-10วันขึ้นกับตัวยาแก้แพ้



2.การเจาะเลือดส่งตรวจ Specific IgE 

ชนิดสารก่อภูมิแพ้ที่ตรวจมีจำนวนมาก

ข้อดี -ไม่จำเป็นต้องหยุดยาแก้แพ้ก่อนการตรวจ

        -ไม่เกิดอาการแพ้จากการทดสอบ

        -สามารถบอกระดับความรุนแรงของการแพ้ได้ สามารถใช้ในการติดตามผลการรักษาได้

ข้อเสีย -ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์จึงทราบผล

ทั้งนี้ทั้ง 2วิธีราคาขึ้นกับจำนวนชนิดสารก่อภูมิแพ้ที่ตรวจ

 

Powered by MakeWebEasy.com